5.5.07

ตัวอย่างการใช้ SMS


หากท่านต้องการส่งข่าวสาร ถึงสมาชิก, ลูกค้า, พนักงาน, พนักงานขายซึ่งประจำอยู่ทั่วประเทศไทยจำนวนมาก ๆ เช่น 1,000 คน ในอดีตที่ผ่านมาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากส่งจดหมายผ่านทางไปรษณีย์ หรือโทรศัพท์แจ้งเป็นรายบุคคล ซึ่งต้องใช้เวลานานและเสี่ยงต่อการที่ผู้รับไม่ได้รับข่าวสารนั้น แต่ถ้าหากท่านใช้บริการ SMS ของเรา ท่านสามารถส่ง SMS ด้วยแบบฟอร์มผ่านทางหน้าเว็บไซต์ "กรอกข้อความ" แล้วกดปุ่ม "ส่งข้อความ" เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทั้ง 1,000 คนก็จะได้รับข้อความของท่านทันที


หากท่านต้องการโฆษณาสินค้าหรือบริการ โดยที่ท่านทราบหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของกลุ่มเป้าหมายของท่านล่วงหน้าอยู่แล้ว ท่านสามารถนำหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่เหล่านั้น บันทึกลงในระบบแล้ว "กรอกข้อความลงในแบบฟอร์ม" แล้วกดปุ่ม "ส่งข้อความ" ก็เป็นอันว่า กลุ่มเป้าหมายของท่านก็จะได้รับข้อความผ่านทาง SMS อย่างแน่นอน 100%


หากท่านมีระบบฐานข้อมูลลูกค้าและต้องการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ SMS เช่น ให้ระบบส่ง SMS ขอบพระคุณลูกค้าเมื่อได้รับการชำระเงิน, ส่ง SMS เตื่อนลูกค้าเมื่อใกล้ถึงเวลาที่จะต้องชำระเงินให้ท่าน เป็นต้น โดยท่านสามารถใช้งานได้ทันที เพราะเรามีระบบการเชื่อมต่อด้วย API พร้อมคู่มือคำอธิบายอย่างละเอียด และตัวอย่างโปรแกรม ซึ่งท่านสามารถเขียนโปรแกรมเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบของเราได้อย่างสะดวกและง่ายดาย


หากต้องการส่งข้อความอวยพรเพื่อนๆ ของท่านในโอกาสต่างๆ ให้กับลูกค้าหรือบุคคลสำคัญในโอกาสต่างๆ ช่น วันปีใหม่, วันแห่งความรัก, วันสงกรานต์, วันเพื่อนรับปริญา, วันพ่อ, วันแม่, วันเกิดเพื่อน, วันแต่งงานเพื่อน, วันลอยกระทง, วันคริสต์มาส, หากท่านต้องส่ง SMS ในวันต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว ทำไมท่านต้องมานั่งกดโทรศัพท์มือถือของท่านที่ละตัวเพื่อที่จะส่ง SMS ที่แสนจะไม่สะดวกและสิ้นเปลื้องเวลา แต่ถ้าหากท่านใช้บริการ SMS ของเราท่านก็จะสามารถส่ง SMS ได้อย่างสะดวก สบาย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ประโยชน์ของ SMS



อันที่จริงประโยชน์ของ SMS มีมากมายเหลือเกิน แล้วแต่จะมีใครคิดค้นและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว มีการใช้ SMS เป็น 4 รูปแบบหลักดังนี้



1.การทำ SMS มาใช้ในวงการตลาด (SMS Marketing) การใช้ SMS เพื่อเป็นเครื่องมือทำการสื่อสารการตลาดยุคใหม่ เพิ่งจะเริ่มใช้กันเมื่อไม่นานมานี้ และสำหรับประเทศไทยก็มีผู้ให้บริการ SMS อย่างเป็นทางการ ซึ่งนำเอา SMS มาใช้ในวงการตลาดนั้นก็เพื่อการทำการส่งเสริมการขาย (SMSAdvertising: Sales Promotion) เป็นหลัก
โดยที่จะใช้ข้อความใน SMS นั้นเป็นเหมือนคูปองอิเล็กทรอนิกส์ (M-Coupons) เวลาใช้งานก็เพียงแต่ดาวน์โหลดมาที่มือถือ แล้วนำข้อความนั้นไปยื่นที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือ การชิงโชคต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ เช่น การส่ง SMS เพื่อแจ้งข่าวการจัดกิจกรรม หรือสิทธิ์พิเศษอื่น ๆ โดยข้อความจะระบุ วัน เวลา สถานที่และเว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม



2. การใช้เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนสื่อหลักให้มีการสื่อสารแบบสองทาง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ การส่งข้อความ SMS ไปพูดคุย เสนอความคิดเห็น หรือแม้แต่ร่วมสนุกชิงรางวัล กับผู้ดำเนินรายการ ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อ โทรทัศน์ วิทยุ และ หนังสือพิมพ์ ซึ่งทั้ง 3 สื่อหลักนี้ไม่สามารถสื่อสารแบบสองทางกับผู้รับสื่อได้อย่างทันท่วงที


3. ใช้เป็นเครื่องมือเตือนภัยของรัฐบาล ไอเดียการใช้มือถือเพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างรัฐบาลและประชาชนเริ่มขึ้นเมื่อ เดือนเมษายน ปี 2003 ที่รัฐบาลฮ่องกงได้ส่ง SMS ไปหาประชากรกว่า 6 ล้านคน เพื่อสยบข่าวลือที่ว่า "ฮ่องกง เป็นเมืองที่ติดเชื้อไข้หวัดนก” นอกจากนี้แล้วก็ยังมีองค์กรไม่หวังผลกำไรในอังกฤษ รวมใจกันจัดตั้งเป็นสมาคมชื่อว่า สมาคมแห่งระบบเตือนภัยฉุกเฉินทางโทรศัพท์ (The Cellular Emergency Alerts System Association หรือCEASA) จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการใช้ SMS เป็นเครื่องมือเตือนภัยอีกด้วย และสำหรับประเทศไทยเมื่อปลายปี 46 กระทรวง ICT ได้เสนอให้มีการนำเทคโนโลยี SMS เป็นเครื่องมือเตือนภัยสำหรับคนไทย โดยเริ่มนำร่องจากการส่งข่าวการประชุมเอเปคเป็นโครงการแรก จนเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติแห่งชาติ “คลื่นยักษ์สึนามิ“ เข้าถล่ม 6 จังหวัดทางภาคใต้ของไทย ทางกระทรวงไอซีทีก็ได้ประสานงานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ในการขอความร่วมมือการจัดทำระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS ให้กับลูกค้าของผู้ให้บริการที่มีรวมกันกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนประชากร เพื่อสร้างระบบเตือนภัยอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อมีสัญญาณใดที่จะเกิดเหตุ ก็สามารถแจ้งไปก่อนเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ได้ทันท่วงที


4. ใช้เป็นเครื่องมือในการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ถือเป็นการใช้สื่อ SMS ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งก็จะเป็นเรื่องหลักที่เราจะพูดถึงในครั้งนี้ด้วย ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันดีกว่า ประโยชน์ของการใช้ SMS เป็นเครื่องมือในการบริจาคเงินนั้น ดีอย่างไร ? สี่ปัจจัยที่ควรยกย่องให้ “มือถือ” ขึ้นแท่นเป็น “สื่อใหม่” ที่ทรงพลังสำหรับโลกปัจจุบันและอนาคต

1.ความต้องการที่จะสื่อสารของมนุษย์ “ทุกคน” อยากมีโทรศัพท์มือถือไว้ในครอบครอง

2.โทรศัพท์มือถือถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก สามารถพกไปใช้งานได้ทุกที่ ทำให้ทุกครั้งที่ส่งสาร สามารถมั่นใจได้เลยว่าผู้รับสารมีตัวตนอย่างแน่นอน

3.โทรศัพท์มือถือเป็นเสมือนจุดหมายปลายทางของการผสานรวมกันของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งปวง สื่อใหม่ ผ่านช่องทางใหม่ๆ ย่อมกระตุ้นการรับรู้ของผู้รับสารได้เป็นอย่างดี

4.ทุกครั้งที่ใช้มือถือ ไม่มีคำว่า “ฟรี” จุดนี้ช่วยลดข้อบกพร่องของสื่อรุ่นพี่อย่างอินเทอร์เน็ตที่ใครๆ ก็ยึดถือว่า เป็นของฟรี แต่เมื่อมาเป็นการซื้อขายสินค้า หรือกระทำการใดๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้จะยินยอมเสียค่าใช้จ่าย ที่จะแสดงผลตามยอดบิลในแต่ละเดือน จึงส่งผลให้ภาคธุรกิจจะเติบโตเมื่อทำการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะเล็งเห็นว่าเป็นช่องทางการสื่อสารที่ก่อให้เกิดรายได้ที่แน่นอน



ฉะนั้นแล้วสื่อ SMS จึงมีความสามารถและได้ผลมากกว่า การสื่อสารแบบปากต่อปากมากมายหลายร้อยเท่านัก และเมื่อมองในบทบาทของผู้ที่เป็นคนรับข้อความ SMS ก็เรียกได้ว่า SMS เป็นสื่อเคลื่อนที่ และเป็นสื่อชนิดเดียวในตอนนี้ ที่ติดตัวคุณไปทุกหนทุกแห่ง และใคร ๆ ก็สามารถที่จะส่งข้อความถึงคุณได้ เพียงแค่รู้เบอร์โทรศัพท์ของคุณ สำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาจึงนิยมชมชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันคือ การสื่อสารที่ “เข้าถึงตัวคุณ” โดยตรง (One-2-one Communication) อีกทั้งยังการันตีได้ว่า ทุกข้อความ คุณจะต้องได้เปิดอ่านมัน



ดังนั้นจึงขอสรุป ข้อควรคำนึงถึงการใช้ SMS เพื่อเป็นสื่อใหม่อย่างง่าย ๆ ว่า ควรที่จะส่งข้อความ ที่เป็นข้อความที่มีประโยชน์ ไปยังผู้รับที่เค้าต้องการรับข้อความนั้นจริงๆ และภายในช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย "Push the right message to the right people at the right time "

SMS คือ อะไร


ประวัติความเป็นมา SMS การส่ง SMS ครั้งแรก คือ การส่งข้อความจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังโทรศัพท์มือถือเครือข่ายโวดาโฟนซึ่งเป็นเครือข่ายโทรศัพท์มือถือระบบจีเอสเอ็ม ในประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1992


SMS คืออะไร ?


SMS ย่อมาจากคำว่า Short Message Service หรือเป็นบริการส่งข้อความสั้นๆ ลักษณะการใช้งานจะคล้ายกับการส่งอีเมลล์ แต่จะสามารถส่งข้อความได้ไม่เกิน 160 ตัวอักษรผ่านทางโทรศัพท์มือถือ จุดเด่นของบริการ SMS คือ สามารถส่งไปยังผู้รับโดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่ของผู้รับจะมีสัญญาณหรือไม่ในขณะนั้น หากทางปลายทางไม่มีสัญญาณระบบ SMS นี้จะเก็บข้อมูลไว้จนกว่าปลายทางมีสัญญาณทางระบบจึงจะทำการส่งข้อมูลไปในทันที นอกจากนี้แล้ว SMS ยังสามารถส่งข้อความที่ได้รับมาต่อไปยังหมายเลขอื่นๆได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย วิวัฒนาการของการส่ง SMS เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศตะวันตกนั้นเป็นผู้พัฒนาโทรศัพท์มือถือขึ้น ฉะนั้นในยุคแรก ๆ ก็จะมีแต่การส่งความเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีการคิดค้นวิธีการส่งข้อความรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในเครื่อง มาทำเป็นตัวการ์ตูน หน้าคนที่แสดงอารมณ์ต่าง ๆ (Emoticon )และเริ่มมีการใช้ “คำย่อ” เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ในการส่ง SMS (SMS Abbreviation) ที่ส่งได้เพียง160 ตัวอักษร ต่อการส่ง 1 ครั้ง จนเป็นที่นิยมกับผู้ใช้มือถือทั่วไป
ตัวอย่าง


สัญลักษณ์ ส่งจูบ :*)

คนผมหยิก @:-)

หัวเราะ :-Dล้อเล่นนะ ;-)

ตัวอย่างคำย่อ

AND (และ) ก็จะย่อเป็น N

Are you okay? ก็จะย่อเป็น ru ok?

Kiss ก็จะย่อเป็น x

Today ก็จะย่อเป็น 2day


จนมาถึงยุคหลัง ๆ ที่โทรศัพท์มือถือได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งหนึ่งที่ผู้พัฒนาให้ความสำคัญก็คือ ทำอย่างไรให้ผู้ใช้มือถือชาวไทย สามารถส่งข้อความเป็นภาษาไทยได้ ในแรกเริ่มการส่งข้อความเป็นไปอย่างไม่สะดวกนัก เพราะมีการเรียงลำดับตัวอักษรภาษาไทย เหมือนกับภาษาอังกฤษ ในปุ่มกด 1 ปุ่ม (Alpha Numeric) ก็จะมีทั้ง ตัวเลข และ ตัวอักษรภาษาไทย เช่น ปุ่ม 2 ก็จะเป็น ตัว ฆ-ฉ หรือ A-B-C ในภาษาอังกฤษ


จนในที่สุดผู้ให้บริการลำดับที่ 3 ในไทยอย่าง “ออเร้นจ์” ก็ได้คิดค้นรูปแบบการส่งภาษาไทยที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ และเข้าใจง่ายมาก สำหรับผู้ใช้มือถือชาวไทย แนวคิดหลักมาจากการม้วนหัวของตัวอักษรในภาษาไทยนั่นเอง แล้ว ออเร้นจ์ก็ตั้งชื่อบริการนี้ว่า Thai SMS โดย Thai SMS นี้จะถูกบรรจุอยู่ในซิมของออเร้นจ์ทุกใบ


แต่การส่ง SMS เป็นภาษาไทยนั้น 1 ครั้ง จะสามารถส่งได้เพียง 70 ตัวอักษร (รวมสระและเว้นวรรค)
สื่อโทรศัพท์มือถือ คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรสื่อโทรศัพท์มือถือ คือ การรับ-ส่งสารผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือนั่นเองแต่สิ่งที่น่าสังเกต ก็คือ สื่อโทรศัพท์มือถือ นอกจากจะเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication) แล้ว ยังสามารถสื่อสารในระดับมวลชน (Mass Communication) ได้อีกด้วย โดยที่จะเป็นการเข้าถึงมวลชนใน ระดับรายบุคคล (One-to-one Communication)ได้ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดแรกที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรวบเอาการสื่อสารในทุกระดับไว้ด้วยกัน โดยอาศัยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตัวเอง คือความเป็นมัลติมีเดีย อินเตอร์แอคทีฟ และขนาดที่เล็กจนสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้ ที่สำคัญยิ่งไปกว่า นั่นก็คือนอกจากโทรศัพท์มือถือจะสามารถทำตัวเป็น "สื่อ" ด้วยตัวของมันเองแล้วยังกลายเป็นศูนย์รวมของสื่ออื่นๆ มากมาย (Media Convergence) ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โทรทัศน์ วิทยุ) หรือแม้แต่สื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ต ดังคำกล่าวที่ทุกท่านคงจะเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่า "ไม่มีอะไรที่โทรศัพท์มือถือทำไม่ได้" เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ การรับชมโทรทัศน์ ฟังวิทยุอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแม้กระทั่งเล่นอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำได้ครบครันผ่านหน้าจอเล็กๆ ของโทรศัพท์มือถือ สิ่งนี้เองที่ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่จะต้องวิเคราะห์ถึงอัตลักษณ์ และบทบาทของสื่อใหม่นี้อย่างใกล้ชิด (ซึ่งจะกล่าวอย่างละเอียดในครั้งต่อไป)ในเบื้องต้นจะอยู่ในรูปแบบของตัวอักษร ผ่านทางข้อความสั้นไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกกันว่า เอสเอ็มเอส มาร์เก็ตติ้ง (SMS Marketing)

ร่วมทำบุญหยอดกระปุก ทำบุญวันละคลิก...